ในวันที่ 6 ตุลาคม 2552 ในการประชุม ครม กระทรวงพาณิชย์ จะเสนอให้พิจารณาเห็นชอบร่างแก้ไขกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา 2 ฉบับ ได้แก่ ร่างแก้ไข พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ และร่างแก้ไข พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า ซึ่งได้เพิ่มบทลงโทษไปถึงผู้ซื้อ ผู้ให้เช่าสถานที่ เจ้าของสถานที่ที่ให้มีการประกอบการ หรือจำหน่าย สินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา รวม ถึงการซื้อขายสินค้าปลอมหน้าเว็บไซต์ที่กำหนดให้มีโทษเข้าข่ายความผิดทางอาญาเพิ่มเติมจากเดิมที่เอาผิดเฉพาะผู้จำหน่าย และผู้ผลิตเท่านั้น
ส่วนการแก้กฎหมายลิขสิทธิ์ จะเอาผิดแก่ผู้ซื้องานละเมิดลิขสิทธิ์ ทั้งงานด้านโปรแกรมคอมพิวเตอร์ สิ่งบันทึกเสียง โสตทัศนวัสดุ และภาพยนตร์ ส่งผลให้ผู้ซื้อ เทปผี ซีดีเถื่อน ประเภทเอ็มพี 3 แผ่นภาพยนตร์ เกม ซอฟต์แวร์ และงานด้านการเรียนจะมีความผิดทันที มีโทษปรับครั้งละไม่เกิน 1,000 บาท ขณะที่เจ้าของสถานที่ หรือผู้ให้เช่า ที่รู้หรือมีเหตุอันควรรู้ในการให้เช่าเพื่อประกอบธุรกิจละเมิดลิขสิทธิ์ หรือจำหน่าย และเว็บไซต์ที่มีการเปิดเพื่อขายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์จะมีโทษปรับ 30,000-300,000 บาท
ส่วนการแก้ไข พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า จะครอบคลุมสินค้าทุกชนิดที่มีการละเมิดเครื่องหมายทางการค้า ที่จดทะเบียนในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า นาฬิกา อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า หากใครรู้ว่าเป็นสินค้าละเมิดเครื่องหมายทางการค้า และมีการซื้อมาใช้จะถูกปรับครั้งละ 1,000 บาท รวมถึงเจ้าของสถานที่ หรือผู้ให้เช่าที่รู้หรือมีเหตุอันควรรู้ในการให้เช่า เพื่อประกอบธุรกิจละเมิดลิขสิทธิ์ หรือจำหน่าย และเว็บไซต์ที่มีการเปิดเพื่อขายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์จะมีโทษปรับ 50,000-200,000 บาท
“หาก ครม.เห็นชอบ จะต้องส่งให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาต่อไป และจากนั้นจึงจะส่งกลับมาให้ ครม. พิจารณาอีกครั้ง ก่อนนำเข้าสู่กระบวนการพิจารณาในสภา และออกเป็นกฎหมายบังคับใช้”
รายงานข่าวแจ้งว่า การแก้ไขกฎหมาย นี้เป็นไปตามนโยบายของนายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ ที่ต้องการนำกฎหมายต้นแบบจากประเทศฝรั่งเศสมาประยุกต์ ใช้ในไทย เพื่อลดการซื้อสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ ซึ่งต่อไปหากผู้ใดถูกตรวจสอบได้ ว่ามีการซื้อ เทปผี ซีดีเถื่อน ทั้งเพลง ภาพยนตร์ เกม โปรแกรมคอมพิวเตอร์ จะมีความผิดทางกฎหมายทันที รวมถึงสินค้าแบรนด์เนม นาฬิกา น้ำหอม เสื้อผ้า รองเท้า อุปกรณ์กีฬา ที่เป็นที่นิยมของ คนไทยก็จะเข้าข่ายในการดำเนินคดีที่ผิดกฎหมายด้วย.

ขอขอบคุณแหล่งข้อมูลจาก
เดลินิวส์ และ kapook.com
งานนี้ใครใช้ของปลอม ซื้อของปลอม ของก๊อป แบรนด์เนม ก็ระวัง ๆ กันหน่อยนะค่ะ !!


































